หน้าหลัก > ข่าว > สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ปรับบทลงโทษ แมนซิตี้

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ปรับบทลงโทษ แมนซิตี้

UFABET

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โล่งอก หลังจากการทำผิดกฎ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษแบนเรื่องเสริมทัพ จากกรณีที่ทำผิดกฎเรื่องการโยกย้ายทีมของนักเตะระดับนานาชาติ และการลงทะเบียนนักเตะที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

เรียบเรียงโดย
UFABET369

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เลือกสั่งปรับเงิน “เรือใบสีฟ้า”

แมนเชสเตอร์ ซิตี้สโมสรแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รอดพ้นจากการถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษแบนเรื่องเสริมทัพ จากกรณีที่ทำผิดกฎเรื่องการโยกย้ายทีมของนักเตะระดับนานาชาติ และการลงทะเบียนนักเตะที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

ก่อนหน้านี้มีการคาดเดากันว่า แมนฯ ซิตี้ อาจจะถูกแบนจากการทำผิดดังกล่าว ทว่าล่าสุด ฟีฟ่า เลือกสั่งปรับเงิน “เรือใบสีฟ้า” เป็นจำนวน 315,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.66 ล้านบาท) เท่านั้น ทำเอาหลายๆ ฝ่ายถึงกับเซอร์ไพรส์ เพราะก่อนหน้านี้ บาร์เซโลน่า, แอตเลติโก มาดริด และ เชลซี ต่างถูกลงโทษห้ามเซ็นสัญญากับนักเตะจากการทำผิดกรณีคล้ายๆ กัน

“คณะกรรมการด้านระเบียบวินัยของ ฟีฟ่า ได้ลงโทษสโมสรฟุตบอลอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สำหรับการทำผิดกฏที่เกี่ยวข้องกับการย้ายทีมของนักเตะระดับนานาชาติ และการลงทะเบียนนักเตะที่อายุต่ำกว่า 18 ปี” แถลงการณ์จากคาสิโนออนไลน์ฟีฟ่าระบุ

“แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตัดสินว่าทำผิดกฏตามมาตรา 19 รวมถึงข้ออื่นๆ ของ ฟีฟ่า เกี่ยวกับเรื่องสถานะและการโยกย้ายทีมของนักเตะ คณะกรรมการด้านระเบียบวินัยได้ตระหนักถึงเรื่องที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับในความผิด และได้ลงโทษสโมสรแห่งนี้ด้วยการปรับเงินเป็นจำนวน 370,000 ฟรังก์สวิส (เทียบเท่ากับ 315,000 ปอนด์)”

“การคุ้มครองนักเตะเยาวชน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกรอบการกำกับดูแลโดยรวมของ ฟีฟ่า ซึ่งเกี่ยวโยงกับเรื่องโยกย้ายทีมของนักเตะ และการบังคับใช้กฎที่มีประสิทธิภาพถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ซึ่งได้รับการยืนยันมาแล้วหลายครั้งโดยศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา” แถลงการณ์จาก ฟีฟ่า ระบุ

บทสรุปของเคสนี้ ทางด้าน “เรือใบสีฟ้า” หลังโดนจับได้ว่ากระทำความผิด นอกจากจะยอมรับผิดแต่แรกก็ได้ให้ความร่วมมือกับทาง ฟีฟ่า ในการสวบสวนมาตลอด อีกทั้งการกระทำความผิดครั้งนี้ได้ให้การว่า “ไม่ได้มีเจตนา” และตีความกฎระเบียบนั้นผิดไป ทั้งนักเตะนั้นก็เพียงแค่เรียกมาทดสอบฝีเท้าและเล่นในเกมกระชับมิตรเท่านั้น ทำให้เคสนี้ ฟีฟ่า ได้ตัดสินลงโทษแค่ปรับเงินเท่านั้น

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) ในชื่อทีม เซนต์มากส์ (เวสต์กอร์ตัน) โดยมี แอนนา คอนเนลล์ และ ผู้ดูแลโบสถ์ เซนต์มากส์ อีก 2 คน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง แต่เดิม ทีมนี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลกอร์ตัน ทางตะวันออก ของเมืองแมนเชสเตอร์

ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่สนามใหม่ ในย่านไฮด์ โรด ของเมืองอาร์ดวิก ใกล้กับแมนเชสเตอร์ และได้เปลี่ยนชื่อทีมไปเป็น “อาร์ดวิกเอเอฟซี” ตามสถานที่ตั้ง จากนั้น อาร์ดวิก ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอังกฤษ ในฐานะสมาชิกก่อตั้ง ในระดับดิวิชัน 2 เมื่อปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)

กระทั่งถึง ฤดูกาล 2436 – 2437 (ค.ศ. 1893 – 1894) ทีมมีปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก จนต้องมีการรื้อระบบการบริหารทีมครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็น “แมนเชสเตอร์ซิตีฟุตบอลคลับ” จนถึงปัจจุบัน ในยุคที่นับว่ารุ่งเรืองที่สุด คือ ช่วงปลายปี พ.ศ. 2500เรื่อยมา

เนื่องจากทีมชุดนี้ สามารถขึ้นราคาบอลไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้หลายรายการ โดยมี โจ เมอร์เซอร์ เป็นผู้จัดการทีม และ มัลคอล์ม อัลลิสสัน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม รวมถึง มียอดนักเตะชื่อดังมากมาย อาทิ โคลิน เบลล์

แต่หลังจากเป็นแชมป์ลีกคัพ ในปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นถึงตำแหน่งแชมป์ ในรายการสำคัญอีกเลย และยังมีผลงานไม่ค่อยดีนักมาตลอด โดยเฉพาะ ในช่วงปี พ.ศ. 2530 พวกเขาต้องตกชั้น 2 ครั้ง ในรอบ 3 ปี จนลงไปอยู่ใน ดิวิชัน 3 เดิม อยู่ถึง 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ทีมก็สามารถกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด และยังคงรักษาตัวไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ผลงานของทีม มักอยู่ในช่วงกลางตาราง ค่อนไปทางท้ายก็ตาม โดยจบฤดูกาล 2006-2007 ในอันดับที่ 14 ของพรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาล 2011-2012 แมนเชสเตอร์ซิตี มีผลงานดีมาโดยตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา โดยขึ้นเป็นที่ 1 ของตารางคะแนน และยึดอันดับนี้มาตลอด และมีบางช่วงที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองขึ้นแซงไปเป็นที่ 1 บ้าง

จนกระทั่งมาจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของการแข่งขัน ทั้งคู่มีคะแนนเท่ากัน คือ 86 คะแนน แต่ผลต่างของประตูได้เสียของแมนเชสเตอร์ซิตีดีกว่าถึง 8 ลูก โดยแมนเชสเตอร์ซิตีจะต้องพบกับ ควีนปาร์คแรนเจอส์ ที่เอติฮัดสเตเดียม สนามของตนเอง

ขณะที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายออกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งทั้งคู่ต้องการชัยชนะทั้งคู่ หากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะ แล้วแมนเชสเตอร์ซิตีทำได้แค่เสมอหรือแม้กระทั่งแพ้ แชมป์จะตกอยู่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทันที ปรากฏว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอาชนะซันเดอร์แลนด์ไปได้ 0-1 ประตู แล้วในเกมที่แมนเชสเตอร์ซิตีพบกับควีนปาร์คแรนเจอส์นั้น

แมนเชสเตร์ซิตีไม่อาจทำอะไรได้อย่างถนัดถนี่เกือบตลอดการแข่งขัน เพราะนักฟุตบอลแต่ละคนถูกประกบตลอด และกลายเป็นควีนปาร์คแรนเจอร์สขึ้นนำไป 1-2 ประตู ในนาทีที่ 60 จนกระทั่งถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนเชสเตอร์ซิตี พลิกกลับขึ้นมานำในนาทีที่ 91 และ 94 อย่างปาฏิหาริย์ ชนะไป 3-2 และได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง หลังจากรอคอยมานานกว่า 44 ปี

แต่ในฤดูกาลถัดมา แมนเชสเตอร์ซิตีกลับไม่ประสบความสำเร็จ โดยไม่ได้แชมป์อะไรเลย อีกทั้งเมื่อเข้าชิงเอฟเอคัพกับ วีแกนแอธเลติก ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็กกว่าที่เพิ่งเคยเข้าชิงแชมป์ถ้วยใบนี้เป็นครั้งแรก ก็กลับเป็นฝ่ายสมัครสมาชิก @ufa369v2 แพ้ไป 0-1 ทำให้หลังจากนั้นไม่นาน ผู้บริหารทีมตัดสินใจปลด โรแบร์โต มันชีนี ผู้จัดการชาวอิตาเลียนออกจากตำแหน่ง

085-135-1688
@ufa369v2